สำนักงานตำรวจแห่งชาติวางมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และอำนวยความสะดวกการเดินทางให้กับประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2565 พล.ต.ต.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามในหนังสือสั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมดูแลประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ระหว่างวันที่ 13-17 เมษายน 2565 อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การก่อความไม่สงบเรียบร้อย รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ที่ยังไม่น่าไว้วางใจ
เพื่อให้การป้องกันปราบปราบอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และการดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในห้วงวันหยุดยาวดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่จึงให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้
ให้ บช.น., ภ.1 – 9, บช.ก., บช.ปส., บช.ทท., สตม., บช.สอท. และ บช.ตชด. จัดทำแผน / มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้สอดคล้องเหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์มากที่สุด โดยให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทั่วไป และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระหว่างวันที่ 8-17 เมษายน 2565 เน้นความผิดเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง อาวุธปืนและเครื่องกระสุน วัตถุระเบิด และสถานบริการ รวมถึงให้ความสำคัญกับการหลอกลวงออนไลน์ ด้านการเงินและการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ สินค้าที่ผิดกฎหมาย ตามแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยสั่งการไปแล้ว และให้สถานีตำรวจทุกแห่งจัดสายตรวจทุกประเภทออกตรวจตราสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายและสถานที่ที่มีการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย และให้คำนึงถึงมาตรการทางสาธารณสุข ทั้งตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ที่ปฏิบัติและประชาชนทั่วไป
นอกจากนี้ ให้จัดทำ “โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0)” ระหว่างวันที่ 8-17 เมษายน 2565 เพื่อเสริมการปฏิบัติในการป้องกันอาชญากรรมที่โดยปกติตำรวจได้ปฏิบัติเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เพื่อเป็นทางเลือกที่จะสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน
อีกทางหนึ่ง ประชาชนสามารถเข้าร่วมโครงการฯ โดยการลงทะเบียนผ่าน Application “OBS” หรือสามารถติดต่อเข้าร่วมโครงการฯได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยหัวหน้าสถานีตำรวจต้องประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินการของโครงการฯนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติรับทราบและเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ด้านการอำนวยความสะดวกการจราจร ให้เตรียมความพร้อมกำลังพล วัสดุอุปกรณ์ให้สอดคล้องและเหมาะสมในการอำนวยความสะดวกการจราจร เช่น รถยกหรืออุปกรณ์เคลื่อนย้ายรถ กรณีมีเหตุรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ โดยมอบหมายให้ตำรวจทางหลวงเป็นหน่วยงานหลักในการในจัดการจราจรบนถนนทางหลวง และให้ตำรวจท้องที่เป็นหน่วยสนับสนุนในกรณีอำนวยความสะดวกการจราจรในจุดที่มีการจราจรหนาแน่น เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย รวมถึงพิจารณาเส้นทางกำหนดเป็นช่องทางเดินรถพิเศษ (Reversible Lane) เส้นทางที่ห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เส้นทางลัด เส้นทางเลี่ยง ในการเร่งระบายการจราจร ทั้งกำชับให้กวดขันจับกุมผู้กระทำผิดในข้อหาหลักที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและส่งผลกระทบต่อการจราจร เช่น การตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร หรือตรวจวัดแอลกอฮอล์ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ส่วนการป้องกันและลดอุบัติเหตุให้แต่พื้นที่ให้นำสถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ สภาพปัญหา มาใช้ในการกำหนดแผนเพื่อหาทางป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน
ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนที่มีปัญหาต้องการสอบถามเส้นทางการเดินทาง แจ้งสภาพปัญหาการจราจร หรือต้องการขอความช่วยเหลือในขณะใช้เส้นทาง สามารถแจ้งมายังตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ สายด่วนหมายเลข 1193 หรือหากพบกระทำผิดกฎหมาย ต้องการแจ้งเบาะแส แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนหมายเลข 191 ได้ตลอด 24 ชม.

#มั่นใจทุกข่าวสารตำรวจไทย

#policeofficial

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ