ระเบิดที่สายบุรี จว.ปัตตานี ชาวบ้านดับ 1 – ระเบิดซ้ำตำรวจอีโอดี ตร.เร่งคลี่คลาย ส่งกำลังใจ 3 ตร.บาดเจ็บ

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2565 เวลา 03.10 น. ตำรวจ สภ.สายบุรี จว.ปัตตานี ได้รับแจ้งประชาชน ว่าเกิดเหตุระเบิด บริเวณข้างบ่อน้ำ ม.8 ต.แป้น อ.สายบุรี จว.ปัตตานี เป็นเหตุให้นายนาวี ประมนต์ ชาวบ้านในพื้นที่เสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกไปหาปลา ต่อมาเวลาประมาณ 09.00 น. วันเดียวกัน ตำรวจชุดตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เข้าตรวจสอบเหตุระเบิด ก็ระเบิดลูกที่ 2 เป็นเหตุให้ตำรวจชุดอีโอดี ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย ร.ต.อ.พนม ขวัญอ่อน รองสารวัตร กก.สส. ภ.จว.ปัตตานี โดนสะเก็ดระเบิด บริเวณขาขวา ด.ต.ทนงศักดิ์ เจ๊ะสา โดนสะเก็ดระเบิด บริเวณมือซ้าย ใบหน้า หน้าขาทั้ง 2 ข้าง ด.ต.เกษม บัวเทศ โดนสะเก็ดระเบิด ใบหน้า หน้าขาขวาฉีกขาด และบาดเจ็บที่มือ

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ชี้แจงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.10 น. ของวันที่ 15 เมษายน 2565 โดยทาง สภ.สายบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายลอบวางระเบิด บริเวณข้างบ่อน้ำ หมู่ที่ 8 ต.แป้น อ.สายบุรี จว.ปัตตานี ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่เสียชีวิต 1 รายจากนั้นเจ้าหน้าที่ EOD เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ขณะกำลังเข้าไปในที่เกิดเหตุคนร้ายได้ลอบวางระเบิดอีกครั้งทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) บาดเจ็บจำนวน 3 ราย โดยได้รีบส่งตัวเจ้าหน้าที่ทำการรักษาต่อไป

อย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้แล้ว พนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนและแพทย์เวรจึงได้ทำการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตประกอบสำนวนการสอบสวน อีกทั้งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการการสอบปากคำพยาน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และส่งวัตถุพยานไปตรวจพิสูจน์เพื่อนำผลมาประกอบสำนวนคดี รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ทราบถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มีนโยบายในการรักษาความสงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐและประชาชน ในการสอดส่องดูแลพื้นที่ชุมชนและสร้างเกราะป้องกันให้กับชุมชน รวมถึงหาข้อมูลในเชิงรุกเพื่อเป็นการป้องกันเหตุไปพร้อมกัน หากเกิดสถานการณ์ขึ้นก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี และเพื่อรักษาความสงบในพื้นที่ต่อไป”

ทั้งนี้เป็นการสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำชับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมปฎิบัติหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เร่งทำการหาข่าวเชิงรุก เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ และเร่งรัดทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมถึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังในการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยให้มุ่งเน้นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงคอยเป็นหูเป็นตาในการจดจำบุคคลและคอยสังเกตวัตถุต้องสงสัยที่อาจถูกวางทิ้งไว้ในสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผู้ก่อเหตุ และขอประณามผู้ก่อเหตุ ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งเป็นการตอกย้ำความเดือดร้อนของประชาชน

นอกจากนี้หากพบเบาะแสใด ๆ สามารถแจ้ง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#มั่นใจทุกข่าวสารตำรวจไทย 

#policeofficial

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ