ภาวนาในใจให้นักเรียนของครูต้องปลอดภัย

ภารกิจหน้าที่อีกด้านหนึ่งของตำรวจตระเวนชายแดน “ส.ต.อ.กิจตณศักดิ์ เจริญธนหิรัญ” ครู ปท.1 กก.ตชด.33 ดูแลเด็กนักเรียนหลายชีวิตที่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโกแประ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จว.แม่ฮ่องสอน แต่เมื่อมีเด็กนักเรียนเจ็บป่วยพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ครูตำรวจพยายามช่วยเหลือทุกทางเพื่อให้ลูกศิษย์รอดปลอดภัย

ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 4 มิถุนายน 2565 ด.ญ.เชอแอะ (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 8 ปี เด็กชาวเขา ยังไม่มีสถานะทางทะเบียน นักเรียนชั้น ป.2 ไม่สบายหายใจลำบาก มีอาการหอบหืดเป็นโรคประจำตัว แต่เมื่อสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่มี ยังพอมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต แม้ไม่ค่อยเสถียร ส.ต.อ กิจตณศักดิ์ พยายามพิมพ์ข้อความส่งหาแพทย์หญิงท่านหนึ่ง รพ.แม่สะเรียง ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ปรึกษาเล่าอาการของ ด.ญ.เชอแอะฯ

ข้อความที่ส่งไปและแพทย์ตอบกลับ สัญญาณอินเทอร์เน็ตล่าช้ารับส่งได้บ้างไม่ได้บ้าง ส.ต.อ.กิจตณศักดิ์ฯ รวมทั้งตำรวจ ตชด.หญิง 1 คน ครูอัตราจ้าง 2 คน และแพทย์ ไม่ลดละความพยายามในการติดต่อสื่อสาร โดยแพทย์บอกวิธีปฐมพยาบาลดูแลช่วยเหลือ กว่า 7 ชั่วโมง ในการช่วยเหลือดูแลแต่อาการของ ด.ญ.เชอแอะ ไม่ดีขึ้น แพทย์ตัดสินใจให้พามาที่ รพ.แม่สะเรียง ส.ต.อ.กิจตณศักดิ์ฯ แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วชักชวน “นายสมชาย ฌานชีวินเลิศ” ครู ศกร.ตชด. หยิบไฟฉายคนละกระบอกเพื่อส่องสว่าง เดินลุยฝนแบก ด.ญ.เชอแอะฯ ขึ้นหลังเดินเท้าฝ่าความมืดจากศูนย์การเรียนลงจากภูเขาระยะทาง 6 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง มาที่จุดท่าเรือโดยติดต่อขอเรือด่วนจากผู้ดูแลเรือให้ขับเรือมารับ

เวลาประมาณ 07.00 น. เรือด่วนมาถึง นั่งเรือในแม่น้ำสาละวินประมาณ 40 นาที ไปขึ้นที่ฐานป่าไม้สบแงะ จากนั้นนั่งรถไปอีก 17 กิโลเมตร เพื่อไปยัง รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโพซอ เมื่อไปถึงที่นั่นก็มีรถพยาบาลของ รพ.แม่สะเรียง มารอรับ นั่งรถพยาบาลต่อไปอีก 50 กิโลเมตร ด.ญ.เชอแอะฯ ถึงได้พบแพทย์เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย โดยแพทย์ใช้เครื่องช่วยหายใจขนาดใหญ่ ตรวจอาการ ด.ญ.เชอแอะฯ นำเข้าไปรักษาสังเกตอาการในห้องไอซียู

ส.ต.อ.กิจตณศักดิ์ฯ บอกว่า วันนั้นครู 4 คน พยายามช่วยเหลือ ด.ญ.เชอแอะฯ พยายามให้ออกซิเจน ตรวจชีพจร ตามคำแนะนำของแพทย์ ครูทุกคนพูดภาษาปกาญอ (ภาษากะเหรี่ยง) กับ ด.ญ.เชอแอะฯ สอบถามอาการเป็นอย่างไรบ้าง หายใจสะดวกไหม ด.ญ.เชอแอะฯ ไม่ค่อยพูด แต่สังเกตเห็นมีอาการเหนื่อยมาก ตอนนั้นรถพยาบาลจะมาทางบก แต่เส้นทางลำบากอันตรายมืดมากฝนตก หากมารับอาจเกิดอันตรายต่อบุคลากรทางการแพทย์ ครู และ ด.ญ.เชอแอะฯ อีกทั้งเดินทางใช้เวลานาน จึงวางแผนร่วมกันว่าไปทางน้ำน่าจะปลอดภัยกว่า จึงตัดสินใจว่าไปทางน้ำ

“ต้องเดินเท้าให้เร็ว นักเรียนป่วยอาการไม่ดี ไปทางน้ำปลอดภัยกว่า จึงรีบลงจากเขา เดินตามร่องน้ำ อุปสรรคมีโขดหินแต่ต้องผ่านไปให้ได้ ผมกับครูสมชาย ช่วยกันแบกนักเรียน ช่วยกันดูสังเกตอาการ ช่วยพ่นยาจากเครื่องพ่นยาขนาดเล็กพกพาให้นักเรียน ๆ ตอบสนองกับยาที่พ่น ระหว่างทางภาวนาในใจให้นักเรียนของครูปลอดภัย ด้วยความเป็นครูผูกพันกับนักเรียน พอถึงโรงพยาบาลแพทย์ตรวจรักษาผมโล่งใจพอสมควร ” ส.ต.อ.กิจตณศักดิ์ฯ ระบุ

มั่นใจทุกข่าวสารตำรวจเพื่อคุณ
policeofficial
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ