พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งติวเข้มระบบประชาสัมพันธ์ “สื่อไซเบอร์วัคซีน” เพื่อให้ความรู้ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์ 

วันที่ 2 กรกฎาคม 2565 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี วิทยุในราชการถึง ผบช.น., ภ.1-9, ผบช.ก. และ สอท. ว่า ตามที่คณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันฯ ได้มีการประชุมชี้แจงการใช้งานระบบประชาสัมพันธ์ สื่อไซเบอร์วัคซีน ให้แก่ หน.สน. สภ.ทุกแห่ง และข้าราชการตำรวจผู้ทำหน้าที่ดาวน์โหลด และผู้ทำหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติ โดยเริ่มใช้งานระบบในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 

ดังนั้น เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ สื่อไซเบอร์วัคซีนในช่องทางต่าง ๆ ตรงตามเจตนารมณ์ของคณะทำงานฯ โดยไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้ปฏิบัติ จึงกำชับให้ผู้บังคับบัญชาไปดำเนินการชี้แจงทำความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติด้วยตนเองว่า คณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันฯ ได้จัดทำระบบประชาสัมพันธ์ สื่อไซเบอร์วัคซีน เพื่อให้ ระบบประชาสัมพันธ์สื่อไซเบอร์วัคซีน เป็นเครื่องมือกลางระหว่างคณะทำงานฯ กับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยหน่วยปฏิบัติสามารถดาวน์โหลดสื่อที่คณะทำงานฯ ผลิต ตามรูปแบบแผนประทุษกรรมของมิจฉาชีพ เพื่อให้หน่วยปฏิบัติมีสื่อหรือเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ลงถึงชุมชนและท้องถิ่น ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักรู้เท่าทัน และไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นการป้องกันเหตุ อันเป็นงานในหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ และให้ดำเนินการทำแบบประเมินภูมิคุ้มกันตนเองของภาคประชาชน ผ่านเกมคำถามผู้พิชิตไซเบอร์วัคซีน เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินตนเองด้วยความสมัครใจ เพื่อประเมินว่ามีความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีมากน้อยเพียงใด และคณะทำงานฯ ไม่มีการกำหนดเป้าจำนวนครั้งในการประชาสัมพันธ์ และไม่มีการกำหนดเป้าจำนวนประชาชนผู้เข้าทำแบบทดสอบเป็นตัวชี้วัดใดๆ ทั้งสิ้น

และกรณีที่กำหนดให้มีการรายงานผลหลังการประชาสัมพันธ์นั้น เป็นหน้าที่ของคณะทำงานฯ ที่จะนำผลมาวิเคราะห์ เพื่อปรับยุทธศาสตร์ในการดำเนินการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ อันเป็นการดำเนินการในการป้องกันเหตุต่อไป รวมถึงการประชาสัมพันธ์ สื่อไซเบอร์วัคซีน เป็นภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายฝ่าย ไม่ใช่กำหนดให้เป็นหน้าที่เฉพาะของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการดาวน์โหลด

ทั้งนี้ ทุกหน่วยสามารถใช้ข้อมูลจากระบบ ประชาสัมพันธ์ สื่อไซเบอร์วัคซีนที่คณะทำงานฯ ได้ทำขึ้น ไปวิเคราะห์แนวโน้มสถานภาพของคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อกำหนดเป็นแผนการปฏิบัติหรือแนวทางการนำสื่อไซเบอร์วัคซีนรูปแบบต่าง ๆ ไปประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ให้ประชาชนในพื้นที่ชุมชนและท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับสถานภาพคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องให้หน่วยระดับ สน. และ สภ. รายงานข้อมูลการนำสื่อไซเบอร์ไปเผยแพร่อีก โดยจะเป็นการลดภาระการรายงานที่ซ้ำซ้อน และควรพิจารณาคัดเลือกข้าราชการที่มีความรู้และเหมาะสมกับงานแต่ละประเภท เช่นการดาวน์โหลด การประชาสัมพันธ์ และการรายงาน ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงภาระงานในหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่นั้น ๆ ด้วย เช่น พนักงานสอบสวน ที่มีสำนวนคดีอาญามาก ๆ ไม่ควรมอบหมายภารกิจหรือหน้าที่อื่นเพิ่มเติม เพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง คำสั่งดังกล่าว ระบุ

#มั่นใจทุกข่าวสารตำรวจเพื่อคุณ

#policeofficial 

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ