จับนายทุนใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่งทางการจีน หลังพบลักลอบส่งคนจีนไปทำงานในประเทศลาวและกัมพูชา

จับนายทุนใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่งทางการจีน หลังพบลักลอบส่งคนจีนไปทำงานในลาวและกัมพูชา

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 รับแจ้งจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ว่า นายโจว ต้าเว่ย สัญชาติจีน ที่ทางการจีนออกหมายแดง (Red Notice) ข้อหา “การจัดการและขนส่งบุคคลลักลอบเข้าและออกเมือง” จะเดินทางเข้ามายังราชอาณาจักรไทยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงสั่งการให้ สตม. ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ห้องกักท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อสืบสวนขยายผลและส่งตัวให้กับทางการจีน และมอบหมายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., ผบช.สตม. และ ผบก.ตท. กำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ กล่าวว่า จากการประสานกับทางการจีน ทราบว่า นายโจว ต้าเว่ย มีพฤติการณ์นำชาวจีนลักลอบข้ามแดนไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ประเทศลาวและกัมพูชา เป็นบุคคลที่กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และ ตม.จีน ต้องการตัวเป็นอย่างมาก ต่อมาวันที่ 23 กรกฎาคม 2565 สั่งการให้ พล.ต.ต.เขมรินทร์ หัสศิริ ผบก.ตท. พร้อมด้วยผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัคราชทูตจีน ประจำประเทศไทย เข้าสอบปากคำผู้ต้องหาที่ห้องกักท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า นำชาวจีนลักลอบข้ามแดนไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ประเทศลาวและกัมพูชาจริง ทางการจีนแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่า “เป็นบุคคลมี Red Notice และทำการยกเลิกหนังสือเดินทางผู้ต้องหาแล้ว” ซึ่งผู้ต้องหารับทราบและยินยอมกลับไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนส่งตัวกลับไปยังประเทศจีนแล้ว โดยสายการบิน China Southern Airlines CZ 3082 ซึ่งทางการจีนเป็นผู้ดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองทั้งหมด

พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยแสวงหาความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน และในภูมิภาคอาเซียนที่มีปัญหาคล้าย ๆ กัน ซึ่งก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Cybercrime Conference for Law Enforcement Agencies and Partners ณ จว.ภูเก็ต โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นประธาน มีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน 8 ประเทศ คู่เจรจานอกอาเซียน 7 ประเทศ ตำรวจที่ปฏิบัติงานด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึง หน่วยงาน Partners ของ Interpol เช่น Facebook, Microsoft, Trend Micro, Binance และ Meta เข้าร่วมประชุมด้วย

#มั่นใจทุกข่าวสารตำรวจเพื่อคุณ

#policeofficial

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ