สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียนชี้แจงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณี บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) ได้ระงับการถอนเงินบาทและสินทรัพย์ดิจิทัล แล้วมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนหลายราย

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณี บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) ได้ระงับการถอนเงินบาทและสินทรัพย์ดิจิทัล แล้วมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนหลายราย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยต่อปัญหาการหลอกลวงผ่านรูปแบบการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความผันผวนสูง เกิดเสียหายได้อย่างรวดเร็ว เป็นวงกว้าง จึงกำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนถึงแนวทางป้องกัน หากมีการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการและกำชับไปยังหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ให้สร้างการรับรู้ถึงภัยทางออนไลน์ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงผ่านรูปแบบการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ให้ทำการสืบสวนสอบสวน ปราบปรามอาชญากรรม กลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด จริงจัง เห็นผลเป็นรูปธรรม ดังเช่นกรณี ของ บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) ได้ระงับการถอนเงินบาทและสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนรายหลาย โดยไม่สามารถโอน หรือ ถอนเงินได้ ใน Z Wallet ตามขั้นตอนทางธุรกรรมปกติ โดยในวันนี้ (25 กรกฎาคม 2565) ได้มีตัวแทนกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวจำนวน 700 กว่าราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ กองบัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น และหากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดในทางอาญา ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบและจะได้ทำการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดในทางอาญาเกิดขึ้น ก็จะเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าจะได้นำเรียนชี้แจงให้รับทราบต่อไป

พร้อมกันนี้ขอแนะนำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือผู้เสียหาย เตรียมข้อมูล พยานหลักฐาน สลิปการโอนเงิน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่จะมีการประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

รวมถึงสามารถแจ้งความทางออนไลน์ผ่านศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีผ่านทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com ผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์สมาร์ตโฟน และทางโทรศัพท์ผ่าน Call Center หมายเลข 1441 หรือ โทร 081-866-3000 ตลอด 24 ชั่วโมง

#มั่นใจทุกข่าวสารตำรวจเพื่อคุณ

#policeofficial

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ