เจอเรื่องแบบนี้เราเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดีเพราะเคยเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเรา เราเข้าใจเห็นใจ เราไม่ปล่อยให้ผ่านไปรอไม่ได้ต้องรีบช่วยเหลือให้เร็วที่สุดให้เขาปลอดภัย

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 เวลา 16.00 น. ของ ด.ต.ชัยวัฒน์ นรารักษ์ ผบ.หมู่ (จร.) สน.บุคคโล ขับขี่รถจักรยานยนต์ตรวจสอบสภาพการจราจร ช่วงจากแยกมไหสวรรย์ มุ่งหน้าแยกดาวคะนอง – จอมทอง แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร พบว่า บริเวณริมถนนหน้าธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาดาวคะนอง พบรถยนต์กระบะคันหนึ่ง จอดติดเครื่องยนต์แล้วเปิดไฟกระพริบฉุกเฉินไว้ ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ จึงจอดรถจักรยานยนต์ลงไปสอบถาม

ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ เคาะกระจกรถเรียกสอบถามผู้ขับขี่เป็นชายอายุประมาณ 50 ปี เลื่อนกระจกรถลงมาครึ่งหนึ่งแล้วบอกว่า “หายใจไม่ออก”

ลักษณะของชายผู้ขับขี่ที่ ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ มองเห็น พบชายผู้ขับขี่ปรับเบาะรถยนต์นอนราบ พูดเสียงเบา มือข้างขวาจับที่หน้าอกด้านซ้าย ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ ชะโงกตัวผ่านกระจกรถยนต์เพื่อสอบถามอีกครั้ง แต่ดูแล้วท่าทางการพูดของชายผู้ขับขี่ผิดปกติ ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ ตัดสินใจเปิดประตูรถยนต์ แล้วสอบถามชายผู้ขับขี่พูดเสียงเบา ๆ จับใจความได้ว่า หายใจไม่ออก โทรศัพท์เรียก 1669 (รถพยาบาล) แจ้งว่ากำลังมา

ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ บอกว่า อาการของชายผู้ขับขี่ไม่ค่อยดี รอรถพยาบาลรถกู้ชีพ ทางผมก็วิทยุสื่อสารแจ้งไปที่ สน.บุคคโล ให้แจ้งประสานขอสนับสนุนรถกู้ภัย ระหว่างรอดูคงรอไม่ได้แล้ว ชายผู้ขับขี่ยังพอหายใจยังไม่หมดสติจึงวิทยุสื่อสารแจ้งให้ ร.ต.อ.พูนศักดิ์ สัมพันธ์กาญจน์ รอง สว.จร.สน.บุคคโล มาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยบอกว่าไม่ต้องเอาเครื่อง AED (เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ) ที่ป้อมจราจรมา เพราะชายผู้ขับขี่ยังไม่หมดสติแต่อาการเริ่มไม่ค่อยดี ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ ระบุ

ทันทีที่ ร.ต.อ.พูนศักดิ์ฯ ไปถึง ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ บอกให้ชายผู้ขับขี่ค่อย ๆ ขยับตัวไปนั่งที่เบาะซ้ายด้านข้าง ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ ช่วยเก็บของที่วางอยู่ที่เบาะด้านซ้าย จากนั้น ร.ต.อ.พูนศักดิ์ฯ ขึ้นไปขับรถยนต์กระบะ เปิดกระจกทั้งสองข้าง เปิดไฟกระพริบฉุกเฉิน รีบนำชายผู้ขับขี่ส่ง ร.พ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า (รพ.ทหารเรือ) โดยมีอาสาสมัครจราจร ขับขี่รถจักรยานยนต์นำหน้า และ ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ ขับขี่รถจักรยานยนต์ปิดท้าย

ด.ต.ชัยวัฒน์ฯ บอกว่า ทันทีที่พบทราบอาการของชายผู้ขับขี่ คือทำอย่างไรก็ได้รอไม่ได้แล้วรีบช่วยพาส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัว ซึ่งเกิดลักษณะแบบนี้ไม่มีคนมาเจอ พอมาเจอก็ช้าเกินไป สุดท้ายคนในครอบครัวก็เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัวแล้วกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงมาแล้ว 3 ปี ออกเวรปฏิบัติหน้าที่ หรือวันเสาร์วันอาทิตย์ไม่ได้เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ ต้องกลับบ้านที่ จว.สมุทรสงคราม มาช่วยดูแลแบ่งเบาภาระคนที่ดูแลอยู่เป็นประจำ ให้เขาได้พักผ่อนบ้าง พอเจอเรื่องแบบนี้เราเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดีเพราะเคยเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเรา ๆ เข้าใจเห็นใจ เราไม่ปล่อยให้ผ่านไปรอไม่ได้ต้องรีบช่วยเหลือให้เร็วที่สุดให้เขาปลอดภัย

ขอบคุณภาพเจ้าของภาพ : คุณยุทธ 7 สี

#มั่นใจทุกข่าวสารตำรวจเพื่อคุณ

#policeofficial

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ