โครงการสำเร็จ ปิดหลักสูตร Special LawLAB ‘นิสิต จุฬาฯ’ สรุปผลฝึกงาน 3 สัปดาห์ เรียนรู้งานตำรวจ สะท้อนมุมมอง ‘ว่าที่นักกฎหมาย’ เข้าถึง เข้าใจ ผบ.ตร. รับฟังเสียงสะท้อนจากเยาวชน ชี้แนะพัฒนา สานต่อโครงการ

หลังจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดโครงการ Special LawLAB “การสืบสวนสอบสวนยุค 5G” โครงการนำร่องศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง หรือ Young Lawyers – Police Engagement Pilot Project ไปเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 เปิดโลกตำรวจ สร้างประสบการณ์นอกตำรา ให้เหล่านิสิต คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สมัครใจร่วมเรียนรู้

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2565 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ จัดให้มีพิธีปิดโครงการ Special LawLAB “การสืบสวนสอบสวนยุค 5G” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมคณะตำรวจที่เป็นครูพี่เลี้ยงเข้าร่วมพิธี

โครงการนี้ คัดเลือกนิสิตชั้นปีที่ 2 – 4 คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าฝึกอบรมภาควิชาการ และภาคปฏิบัติ กับตำรวจใน 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สน.พญาไท, สน.ห้วยขวาง, สน.บางเขน, สน.บางนา และ สน.พระโขนง มี พล.ต.ท.สำราญฯ พล.ต.ต.นพศิลป์ฯ เป็นผู้กำกับดูแลการฝึกอบรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ก่อนพิธีปิด และมอบประกาศเกียรติบัตรให้นิสิตฯ ที่ผ่านการอบรม น้อง ๆ นิสิตฯ ที่เข้าร่วมโครงการฯ นำเสนอผลการฝึกงานในแต่ละหน้างานที่ตนได้เข้ารับการฝึกอบรม โดยได้เปิดเผยความรู้สึกในการอบรมครั้งนี้ ต่างบอกว่าดีใจ และสนุกกับการเข้าร่วมฝึกเรียนรู้การทำงานของตำรวจ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ไม่มีอยู่ในตำรา ทำให้รู้ว่าบางครั้งทฤษฎีที่เรียนมา ไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ จะต้องรู้จักปรับเปลี่ยนตามเหตุการณ์เฉพาะหน้า นอกจากนี้ทำให้เห็นกระบวนการทางยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางว่ากว่าจะได้ข้อมูล พยานหลักฐาน นำไปสู่การจับกุมคนร้ายนั้นต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ความอดทนในทุกขั้นตอน ซึ่งหลาย ๆ อย่างตำรวจจำเป็นต้องปกปิดข้อมูล ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ เนื่องจากอาจจะกระทบต่อรูปคดี จนอาจจะทำให้กลายเป็นประโยชน์กับทางผู้ต้องหา

ขณะที่ นิสิตฯ ที่ได้ฝึกงานสอบสวนกับพนักงานสอบสวนใน สน. เผยความรู้สึกว่า การฝึกอบรมในโครงการนี้ทำให้เห็นว่าพนักงานสอบสวนที่ประจำตามโรงพักมีจำนวนไม่เพียงพอต่อภาระหน้างานที่มีจำนวนมาก และในเเต่ละวันพนักงานสอบสวนต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า รวมทั้งต้องรับกับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนที่เดินทางมาเเจ้งความร้องทุกข์ในแต่ละวันอีกด้วย

“หากมีการจัดอบรมอีก ก็อยากจะเข้าร่วมโครงการ เเละเชิญชวนให้น้อง ๆ เพื่อน ๆ เข้าร่วมโครงการด้วย เป็นการเปิดมุมมอง เเละจะทำให้เข้าใจเจ้าหน้าที่ตำรวจมากยิ่งขึ้น” หนึ่งในนิสิตฯ ที่ร่วมโครงการกล่าว

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ ระบุว่า รู้สึกถึงความตั้งใจของน้อง ๆ ที่มาร่วมโครงการ เพราะโครงการนี้เกิดขึ้นเพราะอยากฟังเรื่องการทำงานของตำรวจในมุมมองของประชาชน โดยเฉพาะน้อง ๆ รุ่นใหม่ ที่ต่อไปก็จะไปอยู่ในวงการกฎหมาย เบื้องต้นปัญหาส่วนใหญ่ที่ได้รับทราบจากนิสิตฯ มาเป็นเรื่องของกำลังพลในส่วนของพนักงานสอบสวนที่ไม่เพียงพอต่อคดีที่มีจำนวนมาก โดยยอมรับว่าตำรวจในฝ่ายปฏิบัติมีจำนวนไม่เพียงพอต่อภาระหน้างาน จึงมีโครงการจะปรับลดฝ่ายอำนวยการและเพิ่มจำนวนฝ่ายปฏิบัติให้มากขึ้น

ผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า จะนำข้อเเนะนำจากมุมมองของน้อง ๆ นิสิตไปปรับเเก้ เพื่อเตรียมทำหลักสูตร เเละโครงการต่อไป ซึ่งหากมีโอกาสได้ต่อยอดโครงการนี้ ส่วนตัวอยากเชิญอินฟลูเอนเซอร์ สื่อมวลชน เเละแอดมินเพจต่าง ๆ ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เข้าร่วมด้วย เพื่อจะได้เห็นวิธีการ เเละเข้าใจการทำงานของตำรวจ และเพราะอยากได้กระจกส่องให้พวกเราด้วยว่าการทำงานในทุกวันนี้ยังมีข้อบกพร่องหรือข้อควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไรบ้าง

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปารีณาฯ กล่าวขอบคุณทางตำรวจทุกคนที่ดูแลนิสิตฯ อย่างดีมาตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าในคราวแรกทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทางคณะครูจะมีความกังวลใจเมื่อเห็นว่านิสิตฯ ที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นนิสิตผู้หญิง แต่เมื่อได้พูดคุยกับนิสิตฯ ได้รับทราบมาว่า พี่เลี้ยงทุกคนดูแลอย่างดีพร้อมทั้งไปรับไปส่งจนถึงที่พักทุกคืนหลังจากเสร็จภารกิจ

“ต้องขอบคุณ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จัดโครงการนี้ขึ้น เปรียบเสมือนมิติใหม่ที่ ยินยอมเปิดประตูตัวเองออกมา เปิดรับประชาชน โดยเฉพาะ เป็นเด็ก เเละเยาวชน ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นการปรับตัว เปิดประตูให้ประชาชนได้เข้าไปเห็นว่าตำรวจทำงานอย่างไร ไม่ใช่เเค่การได้ยินได้ฟังว่าตำรวจที่มักพูดว่าภาระหน้างานจำนวนมาก เเต่ครั้งนี้จะทำให้ประชาชนได้เข้าไปรับรู้ และมีส่วนร่วม เห็นการทำงานของตำรวจอย่างแท้จริง” คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว และในฐานะอาจารย์ ต้องกลับไปดูกระบวนการเรียนการสอนว่ามาถูกทางเเล้วหรือยัง รวมทั้งต้องมาคิดโจทย์เพิ่มเติมว่าจะทำอะไรกลับคืนให้สังคมได้บ้าง เป็นโจทย์ว่าจะขยายมุมมองที่เราได้ทำ เเละทำให้สังคมได้รู้ ได้เห็นเหมือนกันกับที่เราและนิสิตฯ ได้สัมผัสมา

#SpecialLawLAB

#การสืบสวนสอบสวนยุค5G

#มั่นใจทุกข่าวสารตำรวจเพื่อคุณ

#policeofficial

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ