แม้รถเข็นมีหลังคาบังแดด แต่น้องผู้หญิงใช้ร่มบังแดดให้ลูกสาว ยอมเดินตากแดด พวกผมสงสารเด็กสงสารน้องผู้หญิง

ระหว่างขับรถยนต์สายตรวจจราจร ออกตรวจเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ร.ต.อ.เอก ปัญญา รอง สว.จร. สภ.ขุนหาญ พร้อมด้วย ด.ต.นิพนธ์ พรตะคุ, ด.ต.สายยัน พวงกระโทก และ ส.ต.อ.ปรีชา สุทาบุญ ผบ.หมู่ (จร.) สภ.ขุนหาญ พบเห็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่ง เข็นรถเข็นเด็ก เดินริมถนนขุนหาญ – กันทรอม แยกคลองส่งน้ำ ต.สิ อ.ขุนหาญ จว.ศรีสะเกษ

ตำรวจทั้งสี่นายตัดสินใจจอดรถยนต์สายตรวจเพื่อสอบถามเพราะสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเวลาใกล้เที่ยงของวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 เพราะอะไรถึงเดินเข็นรถเข็นเด็ก ซึ่งมองเห็นมีเด็กน้อยกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ในรถเข็น

คำถามของตำรวจว่าจะไปไหนกัน ก็ได้รับคำตอบจากผู้หญิงวัยรุ่นว่ากำลังกลับบ้านแถวบ้านสุขสันต์ ต.พราน มาทำธุระที่ธนาคารกำลังจะกลับ ตำรวจจึงบอกผู้หญิงว่าระยะทางอีกไกล เดี๋ยวพี่ตำรวจพาไปส่งบ้าน อากาศร้อนสงสารเด็ก

ร.ต.อ.เอกฯ บอกว่า ระหว่างทางที่พาไปส่งบ้านก็สอบถามทราบว่า น้องผู้หญิงเป็นแม่ของเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 1 ขวบกว่า ๆ พาลูกไว้บนรถเข็น ๆ ออกจากบ้านพักไปที่ธนาคาร เพื่อเบิกเงิน 600 บาท ซึ่งเป็นเงินอุดหนุนบุตรโครงการที่รัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ปกครองที่มีบุตรตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี เพื่อรับเงินช่วยเหลืออุดหนุนบุตร 600 บาทต่อเดือน หลังจากนั้นกำลังเข็นรถเข็นพาลูกกลับบ้านพัก

ร.ต.อ.เอกฯ บอกอีกว่า พวกผมคิดแล้วว่าเธอเข็นรถเข็นเดินมาแล้ว 10 กิโลเมตร กำลังเดินกลับอีก 10 กิโลเมตร ไม่ใช่ใกล้ ๆ สภาพอากาศร้อนอบอ้าว น้องผู้หญิงเธอมีร่มคันเล็ก ๆ แม้รถเข็นมีหลังคาบังแดดให้ลูกสาว แต่น้องผู้หญิงใช้ร่มบังแดดให้ลูกสาว เธอยอมเดินตากแดด พวกผมสงสารเด็กสงสารน้องผู้หญิง พอถึงบ้านพักก็บอกกับน้องผู้หญิงว่าครั้งหน้าอย่าพาลูกไปไหนไกล ๆ อีกนะ อากาศร้อนเดี๋ยวไม่สบาย จะไปไหนอีกก็ฝากคนในบ้านช่วยดูแลสักพัก รีบไปรับกลับมาหาลูกสาวนะ ซึ่งน้องผู้หญิงก็รับปากและยกมือไหว้บอกขอบคุณที่พามาส่งที่บ้านพัก

มั่นใจทุกข่าวสารตำรวจเพื่อคุณ

policeofficial

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ